“Universal Serial Bus” หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า “USB” ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ GADGET ของเรากับอุปกรณ์อื่นๆได้เป็นอย่างดี ซึ่ง “USB” ที่ว่านี้พวกเราก็ได้ใช้มันมาเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษกันแล้ว และเมื่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้ก็ได้มีการเพิ่มรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดเข้ามา ที่เรารู้จักกันในชื่อ “USB TYPE-C”

 

USB TYPE-C

 

ข้อดีของ USB TYPE-C
ทำไมเราต้องใช้ USB TYPE-C? และ ประโยชน์อะไรที่เราจะได้จาก USB TYPE-C?

อย่างแรกคือ ความเป็นจริงที่ว่า USB TYPE-C จะทำให้คุณสามารถชาร์จ สมาร์ทโฟน และ แล็ปท็อป ด้วยสายเส้นเดียวกัน

ข้อที่ 2 ก็คือ USB TYPE-C นั้นจะใช้พอร์ตแบบเดียวกัน คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์ของคุณเข้ากับ หน้าจอมอนิเตอร์, คีย์บอร์ด, เมาส์ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

ประการที่ 3 ก็คือ คุณสามารถใช้ USB TYPE-C ด้านไหนก็ได้ไม่ต้องคิดมากเวลาเสียบมันเข้ากับอุปกรณ์ของคุณ ซึ่งจะเหมือนกับ สายชาร์จ Lightning Cable ของ Apple

 

USB TYPE-C

 

มาดูข้อเสียของ USB TYPE-C กันบ้าง

เราทุกคนก็ใส่ใจกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยกันทั้งนั้น. เมื่อ USB TYPE-C อยู่ที่นี่แล้ว แต่ทำไมก็ยังมีคนจำนวนมากกำลังถกเถียงกันเรื่องการซื้อสมาร์ทโฟนที่รองรับ USB TYPE-C หรืออุปกรณ์อื่นๆ บางที USB TYPE-C ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้นะ หรืออย่างน้อยคุณควรจะคิดอีกที
USB-Type-C

 

อย่างแรกเลย ไปดูกันที่เรื่องการชาร์จเร็วของ USB TYPE-C ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน และจริงๆแล้วมันก็ควรจะเป็นมาตรฐานของ USB TYPE-C , ข้อดีที่ได้กล่าวไว้ด้านบนทั้งหมดนั้นคือมาตรฐานจริงๆของ USB TYPE-C และขณะที่มันไม่ได้สอดคล้องกับมาตราฐานของ USB TYPE-C บนสมาร์ทโฟนรุ่น OnePlus

ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น? USB TYPE-C ควรที่จะใช้พอร์ต USB 3.0 เพื่อที่จะชาร์จได้เร็วขึ้นและเช่นเดียวกับการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น แต่ USB TYPE-C ในหลายผลิตภัณฑ์ในตลาดขณะนี้ยังไม่ได้นำพอร์ต USB 3.0 เข้ามาใช้ และนี้เองก็คือปัญหาที่เกิดขึ้น

ถ้าเกิดคุณลองใช้พอร์ต USB TYPE-C บนสมาร์ทโฟนของ OnePlus 2 มันจะมีความแตกต่างอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้พอร์ต USB TYPE-C บนสมาร์ทโฟนอย่าง Nexus 5X, Nexus 6P และ Pixel C หรือ การนำสายชาร์จ USB TYPE-C ของสมาร์ทโฟนรุ่น OnePlus 2 ก็ไม่สามารถใช้ได้ดีบนสมาร์ทโฟนรุ่น Nexus 6P

ในความเป็นจริงไม่ใช่กับทุกสาย USB TYPE-C ที่หาซื้อได้ใน AMAZON นั้นจะสามารถใช้ได้จริงตามที่สเปคมันกล่าว นักวิศวกรจากทาง Google ได้กล่าวไว้ว่าสาย USB TYPE-C ที่ดีควรจะมีความต้านไฟที่ประมาณ 56kΩ เพื่อที่จะสามารถใช้มันกับ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของคุณได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเวลาที่คุณจะเลือกซื้อสายชาร์จ USB TYPE-C คุณควรที่จะดูสเปคมันอย่างละเอียด และเลือกใช้สายที่มี่แบรนด์คุณภาพเพื่อไม่ให้ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณได้รับอันตรายจากการใช้สายที่ไม่มีคุณภาพ

USB-Type-C-smartphone-1-1024x576

 

ข้อเสียอย่างที่สอง คือ ณ ขณะนี้ในหลายๆบริษัทที่เป็น ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมของสมาร์ทโฟน และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ยังไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ USB TYPE-C กันมากนัก

ยังมีผู้คนอีกจำนวนที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียวที่ยังคงใช้ อุปกรณ์ที่รองรับ Micro USB กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ชาร์จบนรถยนต์, พาวเวอร์แบงค์, ลำโพงบลูทูธ ฯลฯ ถ้าคุณกำลังคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่รองรับ USB TYPE-C แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เพราะคุณอาจจะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อให้ใช้งานกับ USB TYPE-C ได้

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงมาใช้ USB TYPE-C ก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่เหมือนกัน และเราก็ทนรอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นผู้ใช้มันอย่างมากขึ้นและแพร่หลาย

หากคุณคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ คุณสามารถแชร์บทความนี้ออกไปได้ และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ

USB-Type-C-Accessory-e1458556382387

 

——————————————–

แปลโดยทีมงาน : SPS Tech Components Ltd., Part. หากการแปลมีข้อผิดพลาดทางเราต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
ที่มาhttp://www.easyacc.com/media-center/dont-buy-usb-type-c-smartphone-before-you-read-this/

[easy-social-share]